| สุริยนส่องสลัวเมฆมัวหมอง | แสงความหวังสีทองดูริบหรี่ |
| แต่มิยอมสูญสิ้นชาติราชธานี | ขอปกป้องปฐพีด้วยชีพตน |
| เสียงปืนใหญ่กึกก้องกัมปนาท | ประชาราษฎร์อโยธยาโกลาหล |
| กำแพงเมืองใต้เพลิงไฟไหม้ท่วมท้น | ศึกนี้จักขอผจญชนตองอู |
| ตาจับจ้องฉายแววทแกล้วกล้า | หนึ่งมือคว้าคชสารเข้าหาญสู้ |
| หนึ่งมือจับดาบมั่นห้ำหั่นศัตรู | ใจจับอยู่ที่ชาติราชธานี |
| พื้นแดงฉานแผ่นดินนองด้วยกองเลือด | ถึงเนื้อกายแห้งเหือดไม่คิดหนี |
| แม้ชีพวายก็พร้อมจะยอมพลี | ให้เป็นเถ้าธุลีถมแผ่นดิน |
| สุริยนส่องสว่างที่กลางหาว | เกรียติ์ยืนยาวจะคงอยู่มิรู้สิ้น |
| ด้วยตระหนักภูมิใจภักดิ์รักแผ่นดิน | ป้องธานินทร์ไม่สิ้นชาติเป็นทาสใคร |
| บรรพบุรุษหาญกล้ารักษาชาติ | กู่ประกาศศักดาค่ายิ่งใหญ่ |
| มาตุภูมิจึงยืนยงธำรงไท | ก้องเกรียงไกรเอกราชตราบนานมา |
| ในวันนี้แสงสีทองกลับหมองหม่น | เมื่อผู้คนลืมแผ่นดินถิ่นเลิศหล้า |
| แผ่นดินที่เคยกอบกู้สู้ศาสตรา | เหตุใดกลับร้างราสามัคคี |
| กี่เลือดเนื้อบรรพชนต้องสูญเปล่า | หากไทยเรายังแก่งแย่งเลือกแบ่งสี |
| หยุดทะเลาะหยุดเบาะแว้งหยุดแข่งดี | มอบไมตรีสานสัมพันธ์มั่นสืบไป |
| มือจับมือผสานไทยเป็นใจเดียว | รักกลมเกลียวไม่ยึดเห็นตนเป็นใหญ่ |
| นึกถึงชาติบ้านเมืองก่อนเรื่องใด | เยี่ยงอย่างในประวัติศาสตร์ชาติวีรชน |
Thursday, 21 September 2017
ไทยสมัครสมาน... สานปณิธานบรรพชน
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment